2007/Apr/07



ท่ามกลางเมืองที่แสนกว้างใหญ่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย
มีเด็กหญิงคนหนึ่ง ชื่อ เด็กหญิงความรัก
ทุกๆวัน เด็กหญิงความรักจะเดินทางไปที่ต่างๆตามลำพัง
ด้วยสองเท้าเปลือยเปล่า โดยไม่สนว่าพื้นที่ที่เธอเหยียบจะสกปรก
หรือสะอาด หรือร้อนระอุ หรือชื้นแฉะ หรือเต็มไปด้วยกิ่งไม้
เศษแก้วต่างๆ ที่จะทิ่มแทงเท้าอันบอบบางของเธอ

เด็กหญิงความรักยังมีความสุขกับการเดินทางด้วยเท้าเปล่า
เธอยังคงเดิน เดิน และเดินไปเรื่อยๆ อย่างเดียวดาย...

แต่แล้ววันหนึ่งระหว่างเดินทางตามปกติของเด็กหญิงความรัก
เธอรู้สึกเจ็บปวดที่เท้าทั้งสองข้างจนไม่อยากเดินทางต่อไป
ความรู้สึกเหงา และ ว้าเหว่ ก็เข้ามาหาเธอทันที

ทันใดนั้นเอง เด็กหญิงความรักก็ได้พบกับ "นายรองเท้า"
ซึ่งเป็นรองเท้าเก่าๆ คู่หนึ่ง ไม่ได้สะดุดตาอะไร

นายรองเท้าก็ทักเด็กหญิงความรักอย่างเป็นมิตร
"เท้าเธอคงจะเจ็บมาก ถ้าไม่รังเกียจ ให้ฉันเดินทางไปพร้อมๆ
กับเธอได้มั้ย ฉันสัญญาว่าจะปกป้องเธอเอง"

เด็กหญิงความรักได้ยินเพียงเท่านั้น ความรู้สึกอ้างว้าง
เดียวดายที่เคยมี ก็มลายหายไปทันที
เธอจึงตัดสินใจที่จะเดินทางไปในทุกที่พร้อมกับนายรองเท้า

แต่ต่อมาไม่นาน เด็กหญิงความรักก็ได้พบกับรองเท้าคู่ใหม่
โดยบังเอิญ รองเท้าคู่นี้แตกต่างจากนายรองเท้ามากนัก
เพราะเขาทั้งใหม่ สะอาด สีสันสะดุดตา และดีไซน์นำสมัย
อีกทั้งยังเป็นรองเท้าแบรนด์เนมที่มีราคาแพงอีกด้วย

เด็กหญิงความรักจึงตัดสินใจที่จะทิ้ง "นายรองเท้า" แม้ว่า
เขาจะสวมใส่สบาย และพร้อมที่จะก้าวเดินไปกับเธอทุกที่

เด็กหญิงความรักได้สวมรองเท้าคู่ใหม่ที่แสนจะ PERFECT
ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่พอดีกับเท้าเธอ
เพียงเพื่อต้องการให้ตนเองดูดีขึ้นในสายตาของผู้อื่น
ด.ญ.ความรักถึงกับยอมให้รองเท้ากัดจนเธอเจ็บปวดทรมาน
แต่เธอก็อดทน และพยายามเดินไปข้างหน้าต่อไป
ทั้งที่ในใจเธอนั้นไม่มีความสุขเลย

เพียงไม่กี่วัน ด.ญ.ความรักก็รู้ดีว่า
เธอกับรองเท้าคู่ใหม่นั้น เข้ากันไม่ได้เลย
เพราะหลายครั้งที่เขาทำให้เธอเสียใจ
เขาไม่พร้อมจะเดินทางไปกับเธอในทุกๆที่ เขากลัวการลำบาก
เขากลัวการถูกแปดเปื้อนจากพื้นดิน โคลนที่สกปรก

ด.ญ.ความรักกลับมานั่งทบทวนดูเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมา
เธอพบว่าระหว่างเธอกับรองเท้าคู่ใหม่นั้น ยังขาดความเข้าใจ
ทำให้ตลอดระยะเวลาการเดินทาง ทั้งคู่ต้องพบกับปัญหาเสมอ
ถึงแม้ว่าใครๆต่างก็พากันอิจฉาเธอที่ได้ครอบครองรองเท้าใหม่
แต่เธอ...ก็เลือกที่จะถอดออก และกลับมาเดินเท้าเปล่าดังเดิม
มันอาจจะเจ็บเท้าบ้างในบางครั้ง แต่เธอก็สบายใจ
เพราะเธอสามารถเดินทางไปได้ทุกๆที่ ที่เธอต้องการ

ด.ญ.ความรัก เดินทางลำพังมาเป็นเวลานานพอสมควร
เธอเริ่มรู้สึกกลัว เหงา และโดดเดี่ยว เธออยากมีเพื่อนสักคน
ที่เข้าใจเธอ และพร้อมจะเดินทางไปกับเธอในทุกๆที่
ทันใดนั้นเอง เธอก็ได้ยินเสียงอันคุ้นเคยตะโกนถามเธอว่า
"อยากมีเพื่อนร่วมทางสักคนมั้ยคร้าบ"
ใช่แล้ว ! มันเป็นเสียงของเขา .... นายรองเท้า .....

ด.ญ.ความรักดีใจมาก จนไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้
เพราะเธอคิดว่าคงไม่มีโอกาสได้เจอเขาอีก
หลังจากที่เธอได้ตัดสินใจทิ้งเขาไปในวันนั้น
นายรองเท้ายังคงพูดประโยคเดิมๆ กับเธออีกครั้งว่า
"ถ้าไม่รังเกียจ ให้ฉันเดินทางไปพร้อมๆกับเธอได้มั้ย
ฉันสัญญาว่าจะปกป้องเธอเอง"

ด.ญ.ความรัก ยิ้มและตอบกลับไปว่า
"ขอบใจนะ...ฉันสัญญาว่าเราจะอยู่เคียงข้างกันตลอดไป"
นายรองเท้าตอบกลับอย่างอ่อนโยนว่า
"เธอไม่จำเป็นต้องสัญญาหรอก เพราะเมื่อไหร่ที่เธอรู้สึกเบื่อ
และอยากเป็นอิสระจากฉัน ฉันก็พร้อมที่จะให้เธอไป"
ด.ญ.ความรักรู้ในทันทีว่า "นี่แหละคือความเข้าใจ" ที่เธอรอ
คอยมานานแสนนาน แต่เธอเจอแล้ว และจะดูแลรักษาอย่างดี

ถึงแม้นายรองเท้าจะเป็นแค่รองเท้าธรรมดาๆ คู่หนึ่ง
ไม่ได้น่าชื่นชมในสายตาของคนอื่น
แต่สำหรับ ด.ญ.ความรักแล้ว เขาสำคัญต่อเธอมาก
เขาเข้าใจและห่วงใยเธอ เธอรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่กับเขา
แค่นั้นมันก็เพียงพอแล้วสำหรับเธอ

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา
ด.ญ.ความรักและนายรองเท้าก็อยู่เคียงข้างกันตลอดไป
ในบางครั้ง เราอาจจะเห็น ด.ญ.ความรักไม่ได้ใส่รองเท้า
แต่อย่าเพิ่งตกใจ !! ลองมองดูในมือเธอสิ
นายรองเท้าอาจจะอยู่ในมือเธอก็ได้
เขาอาจต้องการให้เท้าของเธอเป็นอิสระจากการผูกมัดบ้าง
หรือเธออาจจะซักรองเท้าแล้วแห้งไม่ทันก็ได้ อย่าคิดมาก !!

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
1. คนที่ดีอาจไม่ใช่ และคนที่ใช่อาจไม่ดี
2. คนที่ใช่สำหรับคนอื่น อาจไม่ใช่สำหรับเรา
ส่วนคนที่ใช่สำหรับเรา อาจไม่ใช่สำหรับคนอื่น
3. รักแท้มักมาถูกที่ถูกเวลาเสมอ
4. ความรักไม่ใช่การผูกมัด เพื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
5. สิ่งที่ความรักต้องการมากที่สุด คือ ความเข้าใจ

2007/Apr/05

Song : นี่แหละความเสียใจ

Artist : โปเตโต้ Potato

ทุกเรื่องราวที่เข้ามา ที่เจ็บและช้ำ จนทำให้ฉันมีน้ำตา

แม้ว่าทรมานเท่าไหร่ ฉันเรียกมันว่าความเสียใจ

แล้วเรื่องราวในวันนี้ ที่เกิดและมันกำลังกระทบใจของฉัน

ก็สอนให้ได้เรียนรู้ใหม่ ในคำที่ฉันเคยเข้าใจ

สิ่งใดที่เคยได้เจอกลายเป็นแค่เพียง

เรื่องเล็กน้อยไปในพริบตา


เสียงของเธอที่ร่ำลา ได้สอนให้รู้ว่า

ความเสียใจมันเป็นอย่างนี้จำซะใหม่


ต้องเจ็บจนร้องไห้โดยไม่อาย ต้องช้ำทุรนทุรายขนาดนี้


ที่ผ่านมามองย้อนไป ลองคิดดูบางทีก็เสียดายน้ำตา


แต่เธอทำให้ได้รู้ว่า ค่าของน้ำตามันคู่ควร กับการต้องเสียเธอ



แม้ฉันยืนแทบไม่ไหว ก็อยากขอพูดอะไรสักนิดนึงถึงเธอ

ขอโทษที่ไม่ดีเหมือนใคร

และขอบคุณที่สอนให้เข้าใจ


ว่าเรื่องที่เคยได้เจอมันก็แค่เพียง

สิ่งเล็กน้อยที่เปลืองน้ำตา


เสียงของเธอที่ร่ำลา ได้สอนให้รู้ว่า

อย่าไปจำความช้ำที่มี

(*)

เจ็บวันนี้ทำให้รู้ว่า ค่าของน้ำตามันคู่ควร

อย่าไปจำความช้ำที่มี

* นี่แหละคือความเสียใจ


edit @ 2007/04/05 23:34:27

2007/Mar/31

เพื่อน คือ คนแรกที่ทำให้เรารู้จักผู้อื่น

เพื่อน..คือคนแปลกหน้าคนแรก...ที่ทำให้เรารู้จักความรัก

นอกเหนือจากคนในครอบครัว..ที่เรารักกันมาตั้งแต่เกิด

เพื่อน..โผล่หัวมาตอนโต...เป็นใครไม่รู้..แล้วจู่ๆ

วันหนึ่งเราก็รักมันได้

ฉันมองความรักเพื่อน..เป็นความรักที่น่าเคารพยกย่อง

แต่ต้องเป็นเพื่อนแท้ด้วยนะ..เพื่อน..จะรักกันแบบพอดีๆ

ไม่หวง..ไม่หึง.ไม่ต้องการอะไรตอบแทน..เรารักกันสบายๆ

มีปัญหาปรึกษากัน.มีเรื่องเดือดร้อนช่วยกัน..

มีอะไรไม่สบายใจปรับทุกข์กัน

แต่ในขณะเดียวกันต่างคนต่างกมีโลกเป็นของตัวเอง

เธอมีแฟนฉันไม่ว่า..เธอสนุกของเธอไป..

เราต่างยินดีในความสุขของกันและกัน

ไม่ต้องมาเจอกัน...ก็ยังห่วงกัน..ยังคิดถึงกัน

ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบอยู่เสมอ

ถ้ามั่นใจว่าเจอเพื่อนแท้แล้ว..เชื่อเถอะว่า..

ไม่ว่าเราจะห่างกันอย่างไร..เราจะคิดถึงกัน


และเราจะไม่มีวันเลิกคบกัน..เพราะเธอไปมีเพื่อนใหม่..

ต่างฝ่ายต่างมีเพื่อนใหม่..ก็ยังเป็นเพื่อนกันได้...

มันเป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข

คนบางคนบอกว่า..คุยกับเพื่อนได้ทุกเรื่อง..

แต่คุยกับแฟน..กับพ่อแม่ได้บางเรื่อง

นี่แหละ..ที่มันเป็นความรักที่ประหลาด...แต่งดงาม

มันมีความเข้าใจ.. ไว้ใจ ..เชื่อใจ..ในจุดสมดุล